




"เดินทางไกลเพื่อไตรสิกขา"
ผมเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า
สังคมโลกทุกวันนี้กำลังก้าวไปสู่ "กาฬยุค"
เพราะ "บัณฑิตจนกำลังเดินตามก้นคนพาลรวย"
บัณฑิตจน คืออารยธรรมตะวันออก (ธรรมนิยม)
คนพาลรวย คือหายนธรรมตะวันตก (วัตถุนิยม)
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อนอะไร
ผู้มีการศึกษาทั่วไป โดยเฉพาะครูบาอาจารย์
ต่างก็รู้ก็เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนมานานแล้ว
และได้เพียรพยายามแก้ปัญหากันอยู่ทุกวิถีทาง
เพียงแต่ยังแก้ไม่ถูกจุดหรือยังไม่มีพลังพอเท่านั้น
ตัวอย่างการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดที่ชัดเจน
เช่น พ่อแม่คิดว่าจะสอนลูก แต่ลูกรู้สึกว่าถูกบ่น
เพราะปัญหาของลูกไม่ได้อยู่ที่ลูกไม่รู้ไม่เข้าใจ
อะไรๆ ที่พ่อแม่พูดนั้น ลูกได้ยินได้ฟังมามากแล้ว
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาหรือขาดไปของลูกคือ "จิต"
หมายถึง "จิต" หรือ "สมอง" ของลูกนั้น
ได้ถูกกระทำให้แคบ เล็ก และรกรุงรังไปเสียแล้ว
ด้วยสภาพกดดันของวัตถุนิยมที่รุนแรงในสังคมโลก
ยิ่งพ่อแม่เอาแต่ยัดเยียดอะไรใส่เข้าไปแบบไม่ยั้งคิดอีก
ก็เท่ากับเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่รู้สึกตัวอยู่นั่นเอง
การศึกษาในโรงเรียนที่ทำกันอยู่ทั่วโลกก็เหมือนกัน
ยังให้ความสำคัญกันแต่ด้านวิชาการอยู่อย่างงมงาย
โดยเข้าใจผิดคิดว่า "วิชาการ" คือ "ตัวปัญญา"
ทั้งที่เป็นแค่ข้อมูลหรือดาต้า ที่ไม่มีคุณค่าอะไรนัก
กว่าร้อยละ 70 ของการศึกษา ยังหลงเติมแต่ข้อมูล
ทำให้จิตหรือสมองของเด็กอันแคบ เล็ก และรกรุงรัง
ถูกกระทำซ้ำเติมให้บูดเน่าเข้าไปอีกโดยคุณครูผู้หวังดี
เพราะเหตุนี้ คนในยุคปัจจุบันจึงล้วนแต่จิตพิการ
หรือสมองเออเร่อ เหมือนคอมพิวเตอร์แฮ้งฉะนั้น
พอคนหรือพลเมืองถูกกระทำให้เสียหายไร้ความสุข
สังคมประเทศชาติและโลกก็จึงไร้สันติภาพไปด้วย
นี่คือตัวอย่างการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดที่เห็นได้ชัดเจน
ตัวอย่างการแก้ปัญหาที่มีพลังไม่มากเพียงพอ
เช่น การแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟางหรืออย่างแฟร์ชั่น
ด้วยโครงการระยะสั้นหรือทำตามๆ กันเท่านั้นเอง
เช่น เขาโรงเรียนสีขาว เราก็สีขาวตามเขาด้วย
เขาโรงเรียนวิถีพุทธ เราก็รีบรุดเป็นวิถีพุทธตามเขา
เนื้อหาสาระจริงๆ แทบไม่พอจะเปลื่นแปลงอะไรได้
ด้วยความเคารพและเจียมเนื้อเจียมตัว
ผมเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจอยู่อย่างนี้ ไม่มีอคติใดๆ
มาตั้งแต่ครั้งครองสมณเพศ เป็นครูใหญ่โรงเรียน
บัดนี้ลาสิกขามาเป็นเจ้าของบริษัทสำนักพิมพ์เล็กๆ
ก็ยังเห็นอยู่เช่นเดิม ด้วยความตั้งใจมั่นเหมือนเดิม
ที่จะเป็นแรงหนึ่งในการแก้ปัญหาให้ถูกจุดและมากพอ
ผมไม่ได้อยากเด่นหรืออยากดัง เพียงแต่ผมอยากดี
อยากจะมีส่วนร่วมในการกอบกู้โลก (ไม่ใช่แค่กู้ชาติ)
ด้วยการเสนอแนวทาง "ปฏิรูปการศึกษาของโลกใหม่"
ให้ "จิตสำนึก 50 ทักษะชีวิต 30 วิชาการ 20"
โดยผมเชื่อว่า ถ้าทำกันอย่างจริงจังนี่คือทางรอดของโลก
ตัวเลขนั้นๆ คือ "เปอร์เซ็นต์" ไม่ใช่บอกจำนวนนับ
ดังนั้น วิชาการ 20 อาจมากกว่า 70 เป็น 10 เท่าก็ได้
ตัวอย่างเช่น 20 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ที่ดิน 1 ไร่
มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของที่ดิน 1 วา หลายสิบเท่า
ผมกล่าวมาแล้วว่า จิตของเด็กวันนี้แคบ เล็ก และรกรุงรัง
เหมือนที่ดินแค่ 1 วา จะปลูกสิ่งก่อสร้างอะไรก็ไม่พอ
หากพลิกระบบการศึกษาให้หันมาเอาเรื่องจิตเป็นตัวตั้ง
ดังที่ผมเสนอไว้ อย่างน้อย 50 โลกนี้ก็จะมีหวังขึ้นมาทันที
เพราะโอกาสที่จิตของเด็กจะขยายกว้างขึ้นเป็น 1 ไร่
ก็จะเป็นไปได้จริง ทีนี้แม้วิชาการจะแค่ 20 เปอร์เซ็นต์
แต่ก็จะมีมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แบบเก่าหลายเท่าตัว
กล่าวคือ เด็กของเราจะเป็นอัจฉริยะกันมากขึ้นหลายสิบเท่า
ผมขอการันตีไว้อย่างนี้ และนี่คือการรณรงค์ของผม
หากท่านมองว่า "ผมมาค้าขาย" ผมก็ไม่ปฏิเสธเลย
แต่ถ้าท่านคิดด้วยเหตุผล เทียบเคียงราคาสินค้าของผม
ก็คงจะเห็นเองว่า "นักธุรกิจจะไม่ทำแบบผมโดยเด็ดขาด"
สำหรับส่วนตัวผมแล้ว หนังสือ "ยอดมนุษย์ พระพุทธเจ้า"
ที่ผมเอาติดรถมา ไม่ใช่แค่ "สินค้า" อย่างแน่นอน
ย่อมจะเป็นวัตถุมงคลขลัง คุ้มภัยให้ผมเดินทางปลอดภัย
หรือถ้าจะให้เป็นสินค้าให้ได้ ก็ขอให้เห็นตามความเป็นจริงว่า
นั่นคือ "การสปอนเซอร์ตัวเองของผมสำหรับการเดินทาง"
คิดแบบบัณฑิต "ผมผิดตรงไหน ?"
ชีวิตที่เสี่ยงภัยก็ชีวิตผม รถยนต์ที่เสี่ยงถูกโจรกรรมก็รถผม
หนังสือหรือที่คุณเห็นว่าเป็นสินค้าก็เป็นผลงานเขียนของผม
ผมเลือกมานอนในรถขดเหมือนกิ้งกือตามปั๊มน้ำมัน
มานอนตากลมตากฝนตามศาลาพักศพของวัดอันวิเวกวังเวง
ผมเลือกเองทั้งนั้น และขอยืนยัน ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
เพราะ "ผมเป็นโสด" ไม่มีภรรยา ไม่มีบุตร ไม่มีบ่วงผูกพัน
(นอกจากพ่อแม่ของผมที่ย่อมห่วงใยลูกอย่างนี้มาตลอดชีวิต)
ส่วนคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
จะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนการเดินทางของผมนี้
ไม่มีใครไปบังคับฝืนใจหรือมุ่งทำให้คุณวุ่นวายใจเลย
(ยกเว้นแต่จิตของคุณวุ่นวายเอง พาลรู้สึกรำคาญผมไปด้วย)
อย่างไรก็ดี ผมขอขอบคุณในไมตรีที่ให้เข้าพบและสนับสนุน
และขออภัยถ้าผมไปทำให้คุณรำคาญใจอย่างใดอย่างหนึ่งเข้า
ทั้งนี้ ผมมีเจตนาแค่เพียงจะสืบสานปณิธานไตรสิกขาเท่านั้น
เรื่องอื่นๆ เป็นแค่ปลีกย่อย หรือสีสันอันเป็นองค์ประกอบ
เล็กๆ น้อยๆ ดั่งผงชูรสในน้ำแกง แต่งเติมไว้พอไม่ให้จืดชืด
หรือเปิดเผยไว้เพื่อแสดงความโปร่งใส เหมือนพระแสดงอาบัติ
โดยทุกเรื่องทั้งใหญ่และเล็กล้วนเป็นคำสัตย์ ปราศจากมายา
ด้วยความจริงแท้และจริงใจ.. "นายตะวัน"
29 มิถุนายน 2551
ร่วมสปอนเซอร์ หรือเพียงให้กำลังใจ ได้ที่สายตรงถึงนายตะวัน (มือถือ) 081-494-6856