ตอบไว้ให้ชัดเจน "เป็นสัจวาจาของนายตะวัน"
1. เอาชัดๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมนะคะ ? สรุปว่าอาจารย์ยังต้องการจะมีคู่ชีวิตใหม่หรือไม่ ?
*. ต้องการสิครับ เท่านี้ชัดเจนพอหรือยัง ?2. ชัดเจนแล้วค่ะ.. แต่จะไม่ขัดแย้งกับที่อาจารย์บอกว่า "อยากบวชเหลือเกิน" ไปหรือคะ ?
*. อ่านให้จบสิครับ "อยากบวช.. แต่ไม่บวชแน่นอน.." เต็มๆ ว่าอย่างนี้นี่ครับ
ผมยืนยันว่าอยากบวช ก็เพื่อแสดงความเห็นตามความเป็นจริงว่า คนเราถ้าบวชได้ก็เป็นกุศลอันสูงสุด
และผมสารภาพว่าไม่บวชแน่นอน ก็เพราะเจียมตัวว่า จิตของผมคงไม่พร้อมหรือไม่ดีพออีกต่อไปแล้ว3. เข้าใจแล้วค่ะ.. ถ้าอาจารย์ต้องการมีคู่ชีวิตใหม่ อาจารย์ก็ต้องลืมคนเก่าให้ได้ก่อน
ขอสอนสังฆราชนิดหน่อยนะคะ ! เพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่ยุติธรรมกับผู้หญิงคนใหม่เลย
*. ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ แต่โจทย์ที่คุณให้คงจะยากเกินไปสำหรับผม
ลืมอดีตที่ฝังใจไม่ใช่เรื่องง่ายนะคุณ และผมยอมรับว่า "ไม่เข้าใจ" ทำไมจะต้องลืมคนเก่าด้วย
การจดจำคนเก่าไว้ ทำร้ายคนใหม่ตรงไหนกัน ข้อนี้ผมไม่เข้าใจ ผู้หญิงมักคิดอะไรให้ซับซ้อน
ความจริงก็คือความจริง ผมเคยมีคนที่ฝังใจมาก่อน จะให้ลืมไปเลยก็คงยาก และผมก็ไม่อยากลืม
ส่วนอนาคต ถ้าโชคดีมีคนใหม่ ผมก็ย่อมดีใจ และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับคนเก่าอยู่แล้ว
คนเก่าก็แค่ขอเก็บเอาไว้ในใจ ส่วนคนใหม่ก็ย่อมจะเป็น "คู่แท้" ในชีวิตจริง อย่างนี้ไม่ใช่หรือ ?
เสียความยุติธรรมที่ตรงไหน ? ผมไม่เข้าใจ.. ผู้หญิงคิดอะไรซับซ้อนเกินไปหรือเปล่า ?4. ตกลงว่า.. อาจารย์จะไม่ยอมเคลียตัวเองก่อน ถ้าแบบนี้ดิฉันก็เห็นว่า "คงยากละค่ะ"
อาจารย์ก็สมควรจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตตามที่ได้พูดไว้อย่างแน่นอน
*. คงต้องเป็นอย่างนั้นมั๊งครับ เพียงแต่ผมก็ยังไม่เข้าใจในคำแนะนำของคุณอยู่ดี
ทุกวันนี้ผมเป็นโสดร้อยเปอร์เซ็นต์ ลูกไม่มี เมียไม่มี ไร้พันธะใดๆ อย่างนี้ยังไม่เคลียอีกหรือครับ
การที่ยังเก็บคนเก่าเอาไว้ในใจ เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องร้ายแรง จนไม่สามารถให้อภัยได้เชียวหรือ ?
คุณต้องการให้ผมโกหกตัวเอง และโกหกผู้หญิงคนใหม่ที่จะก้าวเข้ามา นั่นหรือคือสิ่งที่สมควร ?
ผมคงทำไม่ได้ ผมชอบแต่จะแสดงความจริงแท้และความจริงใจอย่างตรงไปตรงมา มากว่าการเสแสร้ง
แล้วแบบนี้จะไม่ดีกว่าหรือ ? คนเก่าก็ยังเป็นมิตรกันได้ แค่เป็นมิตรนะครับ ไม่ใช่กลับมาเป็นเมีย
เพราะทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบเดียวกันนี้ ก็ล้วนเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายไปด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว
ขนาดคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หากเราเจอเขาเดือดร้อน ถ้าพอช่วยได้ ก็ควรช่วยเหลือกันมิใช่หรือ ?
ยิ่งกับคนที่เคยผูกพันกันมา จะให้ใจจืดใจดำ ผมทำไม่ได้หรอก นี่คือความจริงแท้และจริงใจของผม5. ก็เข้าใจอีกละค่ะ.. อาจารย์คงจะดีเกินไปจริงๆ เสียแล้ว ผู้หญิงส่วนใหญ่รับไม่ได้หรอกค่ะ !
*. ไม่เห็นจะเกินไปตรงไหนเลย ผมก็แค่ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและจริงใจต่อทุกคนบนโลกนี้เท่านั้นจริงๆ
ถ้าผู้หญิงส่วนใหญ่รับไม่ได้ ผมก็ยังหวังว่าจะมีมีผู้หญิงส่วนน้อยรับได้บ้าง เพราะผมก็ไม่อยากอ้างว้าง
ไปตลอดชีวิตเหมือนกัน ตอนจะสึกจากพระ มีหลวงตารูปหนึ่งท่านให้พรและสอนใจผมว่า
"เป็นพระไม่มีบาตร เป็นฆราวาสไม่มีเมีย ตั้งตัวไม่ได้ สึกออกไปก็หาเมียซะนะ" ท่านว่าอย่างนั้น
ผมก็จึงยอมรับว่า "จันทร์มีส่วนสำคัญทำให้ผมตั้งตัวได้" และพอขาดเธอไปผมก็เลยซวนเซไปบ้าง
ซึ่งกลายเป็นอดีตของผม ปัจจุบันผมยังอ้างว้าง ก็ย่อมหวังอยู่ว่า "อนาคตผมจะได้พบกับดาวดวงจริง"6. อาจารย์ไม่เข้าใจผู้หญิง.. ถ้ามีเมียใหม่ก็คงไม่แคล้วต้องเลิกร้างกันอีก..!
*. ผู้หญิงก็อย่าทำให้เข้าใจยากสิครับ ผมบวชมาตั้งแต่เล็กๆ จะให้มีชั้นเชิงแพรวพราวอย่างไรได้
ถ้าไม่ซับซ้อนเกินไป ผมก็คงไม่ซื่อบื้อแน่นอน อย่างน้อยๆ จันทร์ก็ทนอยู่มาได้ 4-5 ปี ก็แสดงว่า
ผมคงมีดี มีที่ผูกใจผู้หญิงได้ในระดับหนึ่งอยู่บ้าง ไม่น่าจะจืดชืดไร้รสชาติไปเสียทุกอย่างกระมัง ?
ถ้าโชคดีมีใหม่ ผมก็ต้องหวังว่า คราวนี้จะอยู่กันยืดยาว อย่างยั่งยืนมั่นคง ไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว7. อาจารย์ยอมรับบ้างหรือไม่ว่า.. ที่ผ่านมาอาจารย์เป็นฝ่ายผิดพลาดเองในเรื่องชีวิตคู่ ?
*. ผมก็ยอมรับอย่างนั้นอยู่แล้วเสมอมา.. ไม่เคยเลยสักครั้งที่ผมจะกล่าวโทษฝ่ายหญิง..
เพียงแต่ผมชี้แจงไปตามความเป็นจริงว่า "จันทร์ไม่เข้าใจปณิธานหรืออุดมการณ์ไตรสิกขาของผม"
ทำให้สุดท้ายผมกลายเป็นผู้ชายใจดำ ทำร้ายจันทร์ ทำลายความใฝ่ฝันในการสร้างครอบครัวของจันทร์
เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่เคยโกรธจันทร์ ยังจำความผูกพัน ยอมให้อภัย และคอยอวยชัยให้พรอยู่เสมอ
จันทร์ไม่ผิด ที่คิดพูดทำเหมือนผู้หญิงทั่วไป ผมผิดเองที่มีปณิธานหรืออุดมการณ์ต่างไปจากสามัญ
เพราะเหตุดังนั้น ทุกวันนี้ผมรู้ตัวดีว่า ถ้าอนาคตโชคดีมีเมียใหม่ ย่อมจะต้องไม่ใช่แบบไหนก็ได้อีก
ดาวดวงนี้จะต้องมีอะไรที่ต่างจากผู้หญิงทั่วไป และไม่ใช่แค่เข้าใจในปณิธานไตรสิกขาของผมเท่านั้น
หากแต่เธอเองก็มีจิตมุ่งมั่นในปณิธานไตรสิกขาอยู่แล้ว ซึ่งเท่ากับว่าเธอกับผมเหมาะสมกันอยู่ก่อนแล้ว
ผมก็ได้แต่หวังว่า "จะหาไม่ยากเกินไป" ในเมื่อผู้ชายอย่างผมยังมี ผู้หญิงอย่างเธอก็ควรจะมีบ้าง
คือผู้หญิงที่มีจิตใจกว้าง ไม่ยึดติดในโลก ไม่ต้องการมีลูก ไม่มีภาระผูกพันมาก มีชีวิตที่เป็นอิสระเสรี
ประมาณว่า "บุญกุศลสร้างเรามาคู่กัน" แบบนี้เท่านั้นที่จะทำให้ไม่ต้องมีใครหลงเข้ามาเจ็บปวดอีก
8. ผู้หญิงแบบที่ว่านั้นก็คงจะหายากจริงๆ แหละค่ะ.. แต่ดิฉันก็ขอเอาใจช่วยอาจารย์นะคะ..
ไม่อยากเห็นคนดีอย่างอาจารย์ต้องอยู่เดียวดายหรอกค่ะ.. แล้วอาจารย์คิดเอาไว้บ้างไหมคะว่า..
เธอคือดาวดวงนั้นจะมีโอกาสโคจรมาพบกับอาจารย์คือตะวันดวงนี้ได้อย่างไร ?
*. ขอบคุณครับ.. สำหรับความคิดก็ต้องคิดอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมก็รู้ตัวดีเสมอว่า
"โอกาสแบบนั้นคงมียากเต็มที" ยิ่งต่อไปนี้อีกหลายปีหรือตลอดไป ผมจะกลายเป็น "หนุ่มพเนจร"
แบบค่ำไหนนอนนั่นจนกว่าจะทั่วแผ่นดินไทย และถ้าเป็นไปได้ผมก็จะเดินทางไกลไปรอบโลกอีกด้วย
ความตั้งใจนี้เป็นส่วนหนึ่งในปณิธานไตรสิกขา ซึ่งผมจะไม่ล้มเลิกอย่างแน่นอน ทำให้โอกาสจะมีชีวิตคู่
เป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก ทางเดียวที่จะพอเป็นไปได้ ก็ต่อเมื่อมีผู้หญิงใจเด็ดสักคนหนึ่ง มองเห็นว่า
การใช้ชีวิตพเนจรของผม เป็นเรื่องน่าสนุก และเป็นความสุขที่แท้จริง ประมาณว่า "น่าอิจฉายิ่งนัก"
แล้วเกิดอยากลองใช้ชีวิตแบบผมดูบ้าง ข่มความเก้อเขินแล้วถามผมว่า "เบาะผู้โดยสารว่างไหมคะ ?"
ซึ่งผมย่อมจะเบิกบานใจอย่างที่สุดแน่นอน แต่ก็คงจะบอกกับเธอด้วยว่า "อ่านเวบไซต์นี้ให้ดีเสียก่อน"
ถ้าเธอยืนยันว่า "อ่านจนเข้าใจดีแล้วก็จึงได้ทักทายมา" ผมก็ย่อมยินดีที่จะบอกเธอว่า "ว่างสิครับ"
และหากเธอให้ผมไปรับ ถ้าไม่ไกลจนเกินไป จนถึงกับเสียปณิธาน ผมก็จะรีบไปรับเธอในทันที
คงจะต้องแบบนี้เท่านั้นที่โอกาสแห่งดวงตะวันกับดาวดวงนั้นโคจรมาเจอกันจะเป็นจริงขึ้นมาได้9. ถามเล่นๆ นะคะ ? ถ้าดิฉันอยากจะลองไปเที่ยวทั่วไทยกับอาจารย์ดูบ้าง อาจารย์จะมารับได้
ที่ไหนคะ ? และถ้าเกิดไปแล้วดิฉันอยากกลับ อาจารย์จะมาส่งได้ที่ไหนอีก ? และดิฉันจะต้อง
เสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
*. ก็ต้องแล้วแต่เหตุปัจจัยสิครับ เช่นถ้าตอนนั้นผมอยู่นครพนม เท่าที่ผมจะไปรับได้ก็ต้องไม่เกิน
ยโสธรหรือสกลนครเท่านั้น เวลาจะกลับก็เช่นกัน ท่ารถหรือบริษัทขนส่งตรงไหนอยู่ใกล้ตรงนั้นที่สุด
ผมก็จะไปส่งคุณที่นั่น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งคุณก็ต้องออกเอง ก็คงมีเฉพาะค่ารถไปและค่ารถกลับ
ที่เหลือจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้ต้องใช้จ่ายหรือเป็นหน้าที่ของผมจะต้องจ่ายอยู่แล้ว เพียงแต่ขอบอกก่อนว่า
ในการเดินทางทั่วไทยครั้งนี้ ผมมีนโยบายจะใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุด ชนิดที่ว่านอกจากค่าน้ำมันรถ
ผมก็แทบจะไม่ใช้จ่ายอะไรเลย ที่พักก็ไม่ต้องเสีย เพราะนอนตามปั๊มน้ำมัน หรือไปขออาศัยศาลาวัด
นานๆ ที ร้อนหนักหนา หรือง่วงนอนเต็มทน ไม่เจอวัดที่สะดวก ก็จึงจะเช่าโรงแรมแบบชั่วคราวสักหน
เพื่ออาบน้ำและนอนพักสายตาเท่านั้น ส่วนค่าอาหารส่วนใหญ่ผมก็ขออาศัยข้าวก้นบาตรของพระนั่นเอง
ดังนั้น ถ้าคุณตัดสินใจจะไปเที่ยวกับผมก็จะต้องทำใจให้ได้อย่างนี้ก่อน หรือไม่เช่นนั้น ก็จะต้องเตรียม
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เกินกว่าผมจะบริการให้ได้ไปใช้จ่ายเอง อันเป็นสิทธิ์ของคุณ10. คำถามสุดท้ายแล้วค่ะ ? ธรรมดาว่าผู้หญิงก็ย่อมเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตร่างกาย
อาจารย์จะรับประกันเรื่องนี้ได้มากน้อยแค่ไหนคะ ?
*. ก็คงเท่ากับชีวิตและลมหายใจสุดท้ายของผมนั่นเอง คือแม้ผมจะไม่เอาไหนในเรื่องอย่างอื่น
แต่ผมก็เป็นสุภาพบุรุษพอ ถ้าคุณไว้วางใจไปกับผม ก็ย่อมต้องเป็นหน้าที่ของลูกผู้ชายอย่างผมอยู่แล้ว
ที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณแม้แต่ปลายเล็บ อย่างมากผมก็ยอมตายเพื่อคุณได้ นอกไปจากนี้แล้ว
ผมก็ไม่มีอะไรที่จะไปรับประกัน เพราะแม้แต่ตัวผมเอง ถึงคราวเคราะห์ก็คงเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน
บางทีคุณอาจจะกลายเป็นวีรสตรีที่ช่วยปกป้องผมก็เป็นได้ ชีวิตพเนจรของผู้ผจญภัยก็ต้องเป็นแบบนี้
คุณเองก็ต้องคิดดีๆ ว่า "รักการผจญภัยจริงๆ หรือเปล่า ?" อย่าทำให้ต้องมารู้สึกเสียใจในภายหลัง
อีกอย่างหนึ่ง สำหรับผมแล้ว ชีวิตในเมืองก็ใช่ว่าจะปลอดภัยที่ไหนกัน ดูเหมือนว่าแทบทุกหนทุกแห่ง
ก็ล้วนแต่มีภัยมืดที่แฝงเร้นอยู่ด้วยกันทั้งนั้น ต้องระวังตัวกันไป ปั๊มน้ำมันที่ผมพักก็เลือกเอาเฉพาะที่
เปิด 24 ชั่วโมง มีร้านสะดวกซื้ออยู่เป็นเพื่อนตลอดคืน ส่วนวัดโดยทั่วไปก็มักปลอดภัยที่สุดอยู่แล้ว/ ในที่สุดนี้ดิฉันขออนุโมทนาในกุศลเจตนาที่จะสืบสานปณิธานไตรสิกขาของอาจารย์อย่างจริงใจค่ะ
และขอเอาใจช่วยให้อาจารย์ผู้เปรียบเป็นดวงตะวันของพวกดิฉันได้เจอกับดาวดวงนั้นเร็วๆ นะคะ..!* ขอบคุณครับ.. ผมเองก็ขออวยพรให้คุณได้ประสบกับคนดี สิ่งดี และมีความสุขสมหวังนะครับ..
ทักทายหรือให้กำลังใจ "นายตะวัน" (อ.อำนวย นาคกนิษฐ ป.ธ.9) ได้ที่
มือถือ 081-494-6856 อีเมล์ : naai_tawan@hotmail.com


