ดาวดวงนั้นที่นายตะวันฝันหา

มีคนถามผมเสมอว่า
"บวชตั้ง 20 ปี จบบาลีตั้ง ป.ธ.9 สึกออกมาทำไม ?"
ซึ่งผมมักจะตอบตัดบท ลดความรำคาญ ว่า "สึกออกมามีเมียสิครับ"
และก็มักจะได้ผล เพราะคนถามจะพอใจ เลิกซักไซ้ต่อไปอีก

แต่ในความเป็นจริงนั้น
ผมยังขอยืนยันถึงวันที่ลาสิกขา "ไม่เคยมีสีกามาพัวพันแม้แต่น้อย"
(ตอนเป็นเณรยอมรับว่า "มี" หลังจากบวชพระแล้วก็ไม่มีอีกเลย)
ไม่ใช่อวดอ้างว่า "ผมถือศีลเคร่งกว่าใคร ?" แค่พูดไปตามความจริง
และมีลูกศิษย์ชายหญิงนับร้อยนับพันเป็นสักขีพยานอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง

วันที่ผมไปปรึกษาขอลาสึก
พระอุปัชฌาย์ ครูบาอาจารย์ และพ่อแม่ของผมก็จะถามว่า
"คนไหนลูก ?" (หมายถึงสีกา) ผมก็จะตอบทันทีโดยไม่ลังเลว่า
"ไม่มี" ซึ่งมักจะทำให้ถูกถามต่อไปว่า "ไม่มีจะสึกไปทำไม ?"
แม้กรณีนี้ผมก็จะตอบตัดบทให้เข้าใจง่ายๆ ว่า "สึกออกไปหาสิครับ"

อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้ผมสึก
จะให้ผมตอบว่า "เบื่อความไม่เอาไหนในวงการคณะสงฆ์"
ก็คงจะถูก "แผ่นดินสูบ" ตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุด ไม่ได้เกิดแน่ๆ
และไม่ใช่ความจริงทั้งหมดด้วย เป็นแค่แรงเสริมส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง
สู้ผมยอมสารภาพว่า "หมดวาสนาบารมี" ย่อมจะดีที่สุด

คำว่า "หมดวาสนาบารมี" นั้น ย่อมหมายถึงจิตใจที่ต่ำลง
ซึ่งรวมถึง "ความสงสัยในชีวิตคู่" ที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย
เพราะบวชเณรมาตั้งแต่อายุย่าง 14 ปี ตอนบวชพระก็บรรจุต่อกันไป
ไม่เคยมีประสบการณ์ทางโลก แบบ "คู่รัก" ของชายหนุ่มและหญิงสาว

พอสึกออกมาจริงๆ ผมจึงตกเป็น "เหยื่อ" ของผู้หญิงอย่างง่ายดาย
ทั้ง "คนดี" และ "คนร้าย" ต่างก็รุมกันเข้ามา "บอกรักผม"
ยอมรับว่า "โง่" หรือ "ไร้เดียงสาในทางโลก" อย่างน่าอาย
เกือบจะกลายเป็น "ผู้ชายเจ้าชู้" ไปโดยไม่รู้สึกตัว

ทำให้ผู้หญิงดีๆ หลายคนต้องเสียน้ำตา เป็นบาปที่ติดค้างคาใจ
และทำให้ผู้หญิงร้ายๆ หลายคน สบโอกาสเข้ามารังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อาการนี้มาทุเลาลงเมื่อหลังจากที่ได้พบ "จันทร์" (3 ปีผ่านไป)
เด็กสาวคนนั้นที่ทำให้นายตะวันได้รู้จักคำว่า "รักนิรันดร์ของโลก"

ผมกับจันทร์อยู่กินและแต่งงานกันมาเกือบ 5 ปี (4 ปีเศษ)
บัดนี้จันทร์ตัดสินใจไปจากผม โดยไม่ได้มีเรื่องวิวาทบาดหมางอะไร
สำหรับผมยังรักเธอสุดหัวใจ แต่ก็ยอมรับว่า "เข้ากันไม่ได้จริงๆ"
จันทร์ไม่ผิด เพราะเธอคิดแบบชาวโลกสามัญ ที่ต้องการความมั่นคง
นายตะวันนั่นแหละผิด เพราะเอาแต่คิด "สร้างอนุสาวรีย์แห่งชีวิต"
ซึ่งจันทร์ไม่เข้าใจ และนานไปกลายเป็นนายตะวันเป็นผู้รังแกเธอ

ถ้าจันทร์ได้ผ่านมาอ่านอีก พี่ก็ขอยืนยันตลอดไปว่า
"อิสระต่อกัน" ที่พี่พูดไปนั้น ไม่มีเจตนาจะบอกเลิกจันทร์เลย
มันหมายถึงเพียง "อิสระทางความคิด ที่มีสิทธิคิดแตกต่างกันได้"
แต่เมื่อจันทร์เลือกจากไป พี่ก็จะเคารพสิทธิ์ของจันทร์อย่างเคร่งครัด

ชีวิตคู่ของผมจบลง เพราะความไม่เอาไหนในทางโลกของผมเอง
ผมย่อมเศร้าเป็นธรรมดา แต่ผมก็รู้สึกว่า "มีอิสระมากขึ้นจริงๆ"
การได้ผ่านชีวิตคู่ ทำให้ความสงสัยในเรื่องเพศชายหญิงหมดสิ้นไป
ผมขอสารภาพอย่างไม่อายว่า พอคิดถึงชีวิตในเพศสมณะกว่า 20 ปี
บัดนี้ ผมพูดกับหัวใจอันเงียบเหงาของตัวเองเสมอว่า "แสนเสียดาย"

มีพระคุณเจ้าผู้เป็นมิตรเก่าหลายรูป ชวนทีเล่นทีจริงบ่อยๆ ว่า
"ลูกก็ไม่มี เมียก็ไม่มี กลับมาบวชใหม่ซะ จะให้ผ้าไตร 1 ไตร"
ซึ่งผมมักจะตอบท่านว่า "อันที่จริงในส่วนลึกผมอยากบวชเหลือเกิน!
แต่ในชีวิตจริงมาบัดนี้ ผมคงไม่บวชแน่นอน.." ไม่ได้ยอกย้อนอะไร ?
ผมแค่คิดว่า เป็นฆราวาสที่ดี เป็นอุบาสกผู้มีศรัทธา จะเหมาะสมกว่า

ผมแม้จะยังรักจันทร์ แต่จันทร์อาจจะไม่รักผมแล้ว นี่เป็นธรรมดา
ชีวิตใหม่ในทางโลกของผม "คิดถึงจันทร์ไป ก็เจ็บปวดหัวใจเปล่า ?"
จันทร์เองก็สั่งเอาไว้ว่า "ลืมจันทร์ซะ แล้วเลือกคนใหม่ที่เขาคู่ควร"
ผมไม่มั่นใจว่า "ในชาตินี้ผมจะมีวาสนาได้เจอเธอคนนั้นหรือไม่ ?"

บัดนี้ ผมตัดสินใจจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้ทรมานหัวใจอีก
ขอยกเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตอุทิศให้ "ปณิธาน" สืบสาน "ไตรสิกขา"
ซึ่งจะแสดงออกมาเป็นรูปธรรมด้วยการเดินทางไปทั่วประเทศไทย
และถ้าเป็นไปได้ก็จะเดินทางไกลไปรอบโลก แบบค่ำไหนนอนนั่น..!
นอนในรถขดเหมือนกิ้งกือตามปั๊มน้ำมัน นอนศาลาพักศพอันวิเวกวังเวง
ตามวัดวาอาราม เอาความเงียบสงบเป็นเพื่อนแท้ โดยไม่แคร์สังคม

ถ้าถามผมว่า "เมื่อไม่คิดจะบวชอีก..ยังคิดจะมีเมียอีกหรือไม่ ?"
ผมก็ขอตอบจากใจ โดยจะไม่อ้อมค้อมหรือสร้างภาพให้ดูน่าศรัทธาเลย
"ทำไมผมจะไม่อยากมีอีก ? คู่ก็คือเพื่อนแท้ที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา"
เพียงแต่ว่า รูปแบบชีวิตที่ไม่เหมือนใครของผมนี้คงมีคู่ยากไปเสียแล้ว

หาก "คุณ" คือสุภาพสตรีคนหนึ่ง ที่ยังโสดและไม่มีลูกผูกพัน
ผ่านเข้ามาอ่านบทความของผมเข้า "เกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาในหัวใจ"
โปรดขอให้ถือว่า "สัจวาจาของผมนี้คือคำหวานจากใจที่ผมขอจีบคุณ"
เพราะมากไปกว่านี้ "ผมคงพูดไม่เป็น" และเห็นว่า "ไร้สาระเกินไป"

ที่สำคัญที่สุด เพียงเพราะผมจีบคุณ ย่อมจะไม่เพียงพอที่จะผูกพันกัน
(ยังไม่ใช่เหตุผลที่จะมาสานสัมพันธ์กันให้เสียเวลาหรือว่าเสียอารมณ์)
ผมก็แค่เสนอตัวเป็นเงาะป่าให้รจนาเลือกเอง ไม่มีนัยอะไรมากไปกว่านี้
คุณมีอิสระเสรี และมีสิทธิสตรีอยู่อย่างสมบูรณ์ ที่จะพิจารณาผมเอาเอง

ด้วยความปรารถนาดี สิ่งที่ผมขอให้ข้อคิดและหลักพิจารณาแบบง่ายๆ
ก็คือ "ขอให้คุณถามใจตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อนว่า คุณปรารถนาอะไร
ในชีวิตคู่ของคุณบ้าง แล้วพิจารณาว่า นายตะวันจะให้คุณได้หรือไม่ ?"
เช่น คุณอยากมีลูก นายตะวันก็คงไม่ห้าม แต่ตัวเขาไม่อยากมี เพราะว่า
ปณิธานของเขาคือท่องไปทั่วโลก ลูกอาจจะเป็นพันธะให้ไปได้ไม่สะดวก
และ "ขอให้คุณมองนายตะวันตามความเป็นจริงของเขา แล้วถามหัวใจ
ตัวเองว่า คุณจะยอมรับเขาไปตามนั้นจนตลอดชีวิตได้จริงๆ หรือไม่ ?"
เช่น เขาจะท่องไปทั่วโลก แต่ไม่ใช่แบบคนมีเงิน ที่ย่อมจะสะดวกสบาย
และการท่องเที่ยวของเขาอาจทุลักทะเล หรือแม้แต่ "อดอยาก" บ้าง
คุณจะทนลำบาก เป็นคู่แท้หรือมิตรแท้ของเขาไปได้ตลอดจริงๆ หรือ ?
นี่คือตัวอย่างของ "ข้อสอบ" ที่คุณจะต้องหาคำตอบให้ตัวเองให้จงได้
เพราะไม่เช่นนั้น อาจทำให้เขาและคุณเผลอทำบาปแก่กันโดยไม่รู้สึกตัว

แม้ในตอนแรกๆ ผมจะไม่ให้ความสำคัญกับการเข้ามาของคุณนัก
แต่ขอให้คุณรับรู้ว่า "นายตะวันให้ความสำคัญกับเพื่อนมนุษย์เสมอ"
ก่อนที่คุณจะมาเป็น "คู่ชีวิตของผม" คุณคือเพื่อนมนุษย์ของผมมาก่อน
และความเป็นเพื่อนมนุษย์นี้เป็นฐานะที่ถาวร ไม่ขึ้นกับเงื่อนไขใดๆ เลย
คู่ชีวิตอาจเป็นกันแค่ชั่วคราว แต่เพื่อนมนุษย์ย่อมเป็นกันไปจนตลอดชีวิต

"ผมต้องการคุณนะ !" แต่.."ผมจะไม่แสวงหาหรือผูกมัดคุณอีกเลย !"
ผมเลือกที่จะอยู่เฉยๆ กับปณิธานของผม ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็ดขาดไปแล้ว
มีข้อคิดให้อีกมุมหนึ่งสำหรับคุณ หากคุณคิดจะเลือกผม ก็ขอได้โปรด
อย่าคิดว่า คุณเลือกผมเลย ขอให้คิดว่าเราเลือกปณิธานเดียวกันจะดีกว่า
เช่น ถ้าคุณเห็นว่า การท่องไปทั่วโลก แม้จะแบบคนจน ที่ต้องทนลำบาก
แต่ก็น่าสนุก และมีความสุขที่ได้ไป โดยเฉพาะไปกับคนดีอย่างนายตะวัน
หากคุณตัดสินใจได้อย่างนั้น ! "เราเป็นเนื้อคู่กัน เป็นคู่แท้ เป็นคู่ธรรม"

เมื่อคืนนี้ไร้จันทร์ อันเคยฉายแสงนวล ยวนหัวใจนายตะวันให้หวั่นไหว
คงไม่ผิดใช่ไหม ? หากนายตะวันจะฝันหาดาวดวงใหม่มาประดับหัวใจ
ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า "คงไม่ง่าย..โดยเฉพาะภายใต้วิถีชีวิตที่ทุระกันดารแบบนี้"
แต่การที่ได้ฝัน..มันก็อบอุ่นหัวใจดี..และเพิ่มชีวิตชีวาขึ้นมาได้บ้าง

ด้วยความจริงแท้และจริงใจ.. "นายตะวัน"

29 มิถุนายน 2551

มือถือ 081-494-6856, อีเมล naai_tawan@hotmail.com

ในคืนที่ไร้จันทร์ร่วมฝันหวาน
ปณิธานไตรสิกขามาเงียบเหงา
จึงจำจรหมอนหมิ่นถิ่นเคยเนา
หวังเจอเจ้าดาวแจ่มแต่งแต้มใจ
หากได้น้องดาวเด่นมาเป็นคู่
ร่วมเชิดชูธรรมอุดมสมสมัย
สร้างสรรค์สื่อตะวันเคียงกันไป
เที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลกพ้นโศกเอย