ถึงลูกหนี้ที่เคารพ
นานกว่า ๓ ปีเป็นอย่างน้อย (ก่อนวันวิสาข์ ๒๕๕๑)
หรือบางคนก็เกินกว่า ๖ ปีเข้าไปแล้ว (ก่อนปี ๒๕๔๘)
ที่ผมเลิกติดตามถามทวงหนี้สินที่คุณค้างผมอยู่
ซึ่งคุณบางคนยังสอนผมว่า "ไม่มีใครอยากโกงกันหรอก
ถ้าเขามีก็ต้องให้ คุณก็เคยบวชมาตั้งนาน จบตั้ง ป.ธ.๙
กับเรื่องแค่นี้ยังทำใจไม่ได้ ก็ไปฟ้องศาลเอาสิ...ฯลฯ...."
ตลอดเวลาที่ผมเลิกติดตามถามทวงหนี้สินจากคุณนั้น
ฝ่ายผมไม่ได้โชคดีเช่นคุณ เพราะยังถูกติดตามถามทวง
ขอหนี้สินที่ผมค้างเขาคืนอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งทุกวันนี้
ผมต่างจากคุณ ตรงที่ดิ้นรนทุกทาง ใช้หนี้ทุกบาททุกสตางค์
ที่สุดกระทั่งยอมโอนทรัพย์สิน (โฉนดที่ดิน) ให้กับเพื่อน
เพียงเพื่อใช้หนี้ ทั้งที่เจ้าหนี้ของผม ก็ร่ำรวยออกล้นฟ้า
ส่วนผมเป็นคนจน ที่อดทนไม่เซ้าซี้ทวงถามคุณซ้ำซาก
ก็เพราะผมหวนระลึกถึงน้ำใจ "คุณสมชาย ภังคานนท์"
เจ้าหนี้ผู้เป็นมากกว่าเจ้านาย ซึ่ง ณ วันที่ผมเดินจากแกมา
แกบอกกับผมว่า "อาจารย์ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินกับผม
ตั้งแต่ที่เริ่มต้นกันมาจนถึงวันนี้ ที่รับอาจารย์มาอยู่ด้วยกัน
ถึงผมไม่มีกำไร ผมก็ไม่ขาดทุน จึงขอให้อาจารย์ไปเริ่มต้น
กับงานใหม่ให้ราบรื่น ถ้าร่ำรวย คิดถึงผม ก็จึงค่อยเอามาคืน
ถึงไม่มีมาคืน ก็อย่าเป็นกังวล ผมจะถือว่า สนับสนุนคนดี"
คุณทุกคนควรจะขอบคุณน้ำใจของผู้ใหญ่ท่านนี้ให้มากๆ
ถึงคุณๆ จะไม่มีใครเป็นหนี้ผมมากเท่ากับที่ผมเป็นหนี้
คุณสมชาย ภังคานนท์ (สามแสนบาทเศษ) แต่พอสะสมเข้า
และรวมกันทุกคน ก็มียอดมากกว่า (หนึ่งล้านสามแสนบาท)
ซึ่งถ้าผมเรียกเก็บมาได้ทั้งหมด ก็จะพอปลดหนี้และมีเหลือ
ให้สามารถจัดตั้งมูลนิธิได้ โดยที่ไม่ต้องขายทรัพย์สินเลย
อนึ่ง ผมเป็นหนี้คุณสมชาย ภังคานนท์ ก็เพียงเพราะว่า
ผมหางานเข้าไปให้แก แล้วเกิดเก็บเงินจากคุณๆ นี่แหละ
ส่งแกได้ไม่ครบ จึงสมเหตุสมผลกับที่แกพูดขึ้นมาเองว่า
ถึงแกไม่ได้กำไร แกก็ไม่ได้ขาดทุน ซึ่งก็น่าจะเป็นความจริง
คงไม่ใช่เพราะแกต้องการพูดให้ผมสบายใจแค่อย่างเดียว
คำนวณได้จากงานที่ผมส่งให้แก ๒ ปี ก็หลายล้านบาท
ที่เก็บมาได้ แกก็คงมีกำไร รวมกันเข้าก็ไม่น่าจะน้อยกว่า
สามแสนขึ้นไป แกก็จึงพูดชัดเจนว่า "แกก็ไม่ขาดทุน"
ส่วนคุณๆ ที่เป็นหนี้ผม เป็นคนละทาง อย่างตรงข้ามกัน
เพราะเกิดจากการที่ "ผมรับจ้างทำงานให้คุณ" ซึ่งคุณได้
ชิ้นงานไป ได้รับผลประโยชน์ แต่แล้วกลับไม่ให้ค่าจ้างผม
เป็นการโกงค่าแรงกันชัดๆ เป็นเรื่องของคนรวยรังแกคนจน
ไม่มีเหตุไม่มีผลที่จะยกหนี้ให้ เหมือนกับที่ผู้ใหญ่ท่านนั้น
เมตตายกให้ผม แม้ผมจะเลิกติดตามถามทวงคุณนานแล้ว
แต่ตราบใดคุณยังไม่ชดใช้ ก็ย่อมชื่อว่า "คุณเป็นหนี้ผมอยู่"
ผมจึงหวังว่า เมื่อคุณได้มาทราบข่าว มาได้อ่านข้อความนี้
คงจะระลึกย้อนกลับไปแม้จะหลายปีแล้ว ถึงหนี้สินเหล่านั้น
แล้วติดต่อมาบ้าง มีหรือไม่มี ก็บอกกัน ไม่ใช่เงียบหายไป
เห็นผมเลิกทวง ก็เลยเลิกชดใช้ ซึ่งจะเรียกเป็นอย่างอื่นไม่ได้
เพราะแบบนั้น "มันโกงกันชัดๆ" เป็นบาปกรรมติดตัวตลอดไป
ส่วน "ฟ้องศาล" ผมคงไม่ทำกับคุณหรอก แม้ตัวผมเองจะเคย
ถูกคนที่รวยล้นฟ้า (สถาบันการเงิน) ฟ้องศาลมาบ้างแล้ว..
ด้วยความจริงแท้และจริงใจ..
จาก.. "นายตะวัน" (อำนวย นาคกนิษฐ ป.ธ.๙)
ผู้เสนอแนวคิด "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่"
ด้วยการทำปณิธาน "เดินทาง..พลิกแผ่นดิน"
และประธานดำเนินการจัดตั้ง "มูลนิธิสื่อตะวัน"
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔
ติดต่อ "นายตะวัน" มือถือ 081-494-6856
เว็บไซต์นายตะวัน : http://www.naaitawan.com |