เป็นอันว่า ผมไม่ใช่คนร่ำรวยมาจากไหน
ทำอาชีพ "พ่อค้า" มาเป็นเวลาร่วม ๑๐ ปี
ผมก็แค่มีรถ มีที่ดิน มีบ้าน และเคยมีเมีย
ก็ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความพากเพียรของตนเอง
โดยไม่เคยแบมือขอพ่อแม่ ซึ่งแกก็ยากจนมาก่อน
ตอนนี้ผมตัดสินใจจะไปรอบโลก (ร่อนเร่พเนจร)
ก็ใช่ว่า "ผมจะมีเงินเหลือกินเหลือใช้ หรือว่าร่ำรวยแล้ว"
ตรงกันข้าม ผมยังมีแม้กระทั่งหนี้สินอยู่ด้วยซ้ำไป
เพียงแต่ไม่ใช่ "ตั้ง ๗-๘ ล้าน เหมือนของครูน้อย"
ของผมก็แค่ "ไม่กี่แสน" (ไม่ถึงครึ่งล้าน)
(กสิกรไทย ๑ แสน ๗ หมื่น, ควิกแคช
๑ แสน ๒ หมื่น-นี่ก็มีทีท่าว่าเขาจะฟ้องแล้ว,
กับคลังเศรษฐการไม่ถึงแสน, เท่านั้นเอง)
ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ หนี้สินทุกบาททุกสตางค์
ผมจะใช้คืนอย่างแน่นอน เจ้าหนี้ไม่ต้องกังวลใจ
(แม้ผมจะเก็บเอาเรื่องใช้หนี้ไปไว้เป็นเรื่องท้ายๆ ก็ตาม)
แต่ถ้าผมตายไว ก็ต้องเป็นหนี้ที่สูญไป ช่วยไม่ได้ !

ผมไม่เคยเรี่ยไร
ผมไม่เคยอยากได้ของใครฟรีๆ
แม้ปณิธานของผมจะเป็นเรื่องของสังคม
หรือของโลกทั้งโลก ที่ถ้าไม่ใจแคบกันเกินไป
คนที่ได้รู้ได้ทราบแล้ว ก็ต้องช่วยผมอย่างแน่นอน
แต่ผมก็มีจุดยืน (ที่ผมสบายใจที่สุด) เสมอมา
ว่า "จะไม่เรี่ยไร จะไม่รับเงินบริจาคใคร" ทั้งสิ้น
ถ้าใครมีศรัทธาจะ "สนับสนุนแนวคิดและปณิธาน" นี้
ก็มีอยู่ทางเดียวคือ "ร่วมพิมพ์ธรรมทาน ๙ ล้านเล่ม"
ซึ่งคนที่ได้เงินก็คือโรงพิมพ์ ไม่ใช่ผมอีกเช่นกัน
หรือถ้าใครยังมีน้ำใจอยากช่วยให้ถึงเนื้อถึงตัวผม
ก็ยังมีอีกทางหนึ่งคือ "โปรดให้สื่อตะวันได้รับใช้คุณ"
ซึ่งมีหลายช่องทาง หาอ่านได้ในลิงค์ต่างๆ ข้างล่างนี้

ถ้อยคำสุดท้ายของนายตะวัน
ผมถือว่า "กูได้ตายไปแล้ว" (คาถานักรบ)
จึงเลิกหวังได้ เหลือไว้แต่หวังดี ไม่มีอะไรแอบแฝงเลย
ผมรู้ตัวเสมอว่า "กูยังมีลมหายใจอยู่"
แม้จะเลิกทำธุรกิจ ไม่คิดแบบพ่อค้า ไม่หากำไรอีก
แต่ผมก็ไม่เคยเลิกทำงาน มีแต่ทำงานให้หนักกว่าเดิม
หนักแรกต่อลมหายใจตัวเอง ให้ยาวที่สุดเท่าที่จะยาวได้
หนักหลังสร้างสรรค์สังคมโลก จนสุดกำลังความสามารถ
ผมทำใจเสมอว่า "อีกไม่ช้าไม่นาน กูก็ต้องตายไปจริงๆ"
ก็จึงไม่เคยเก็บเอาอะไรมารกหัวใจอีกต่อไปแล้ว
"นินทาหรือสรรเสริญก็ไร้สาระ
ทุกข์หรือสุขก็ไร้แก่นสาร
อนาถาหรือว่ายิ่งใหญ่ก็หมดความหมาย
จนหรือรวยก็ไม่สำคัญอีกต่อไป"

เป็นอันปิด "ชีวิตสั้นๆ ของนายตะวัน" นี้ลงได้
แบบ "ตายก่อนตาย" ตามที่ครูบาอาจารย์สอนไว้
ได้แล้วจริงๆ ซึ่งคุณ (โลกทั้งโลก) จะเชื่อหรือไม่เชื่อ
มันก็เรื่องของคุณ (โลกทั้งโลก) ผมไม่ใส่ใจอีก
นายตะวันสละชีวิตให้คุณ (โลกทั้งโลก) แล้ว
คุณ (โลกทั้งโลก) จะเห็นคุณค่าและคว้าเอาไว้หรือไม่ ?
มันก็เรื่องของคุณ (โลกทั้งโลก) อีกเช่นกัน
ขอให้ทุกคนบนโลกนี้ "มีความสุขสมหวังโดยทั่วกันเถิด"
อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด (ตามเหตุปัจจัย/กฎแห่งกรรม)
อะไรจะดับ มันก็ต้องดับ (ตามเหตุปัจจัย/กฎแห่งกรรม)
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ควรยึดมั่นถือมั่นเลย..
(แต่ยังมีลมหายใจ ก็ควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เท่านั้นเอง)

"นายตะวัน"
ผู้เสนอแนวคิด "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่"
ด้วยการทำปณิธาน "เดินทาง..พลิกแผ่นดิน"
mobile : 081-494-6856, 082-145-5175
e-mail : naaitawan@gmail.com

คลิกที่ภาพเพื่อเข้าไปรู้จักนายตะวันแบบรอบด้าน

เปิดใจนายตะวัน

ผมตัดใจได้แล้วจริงๆ
ทางธรรมผมก็พอพูดได้ว่า
ในบ้านนี้เมืองนี้ ผมก็รู้ดีไม่แพ้ใคร
ทางโลกผมก็พออวดได้ว่า
สุขและทุกข์ใดๆ ในโลกียวิสัย
ผมก็เคยพบเคยผ่านมาไม่น้อยกว่าใครแล้ว
บัดนี้ ผมก็แค่ตัดใจได้ ไม่หวังเอาอะไรอีก

ผมไม่ได้อยากดัง
ผมก็แค่หวังว่า ก่อนจะหมดลมหายใจไปจริงๆ
ขอให้ได้ทำสิ่งที่ตั้งใจหรือตั้งปณิธานเอาไว้เท่านั้น

ที่ยังต้องบอกเล่าก้าวสิบให้สังคมร่วมรับรู้ด้วย
ก็เพราะปณิธานหรือความตั้งใจของผมนี้
มันเป็นเรื่องของสังคมหรือของโลกทั้งโลก
ที่จะเลือกเอาเองว่า "จะจำนน หรือลุกขึ้นสู้"
และแค่ผมเห็นอยู่ว่า "ทั้งโลกกำลังยอมจำนน"
ก็เลยแค่ "ขออาสาเป็นทหารไปตายแทนทุกคน
ในแนวหน้า" ด้วยหวังว่า เผื่อผู้คนได้เห็นแล้ว
จะเกิดพลังใจ "ลุกขึ้นสู้พร้อมกัน" ก็เท่านั้นเอง
"ทุกความตั้งใจ ทุกปณิธาน ผมได้เขียนไว้แล้ว"
ทั้งในเว็บไซต์ ทั้งในหนังสือ ที่ผมเอาไปเร่ขาย
แบบทุกแง่ทุกมุม ผู้สงสัยควรไปหาอ่านเอาเอง
ไม่ใช่มัวแต่มาตั้งคำถามไม่สร้างสรรค์ "ซ้ำซาก"
ซึ่งคนถูกถามก็รำคาญ แล้วคนถาม "ได้อะไร ?"
มีแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง เปลืองเวลา น่าเสียดาย

ผมไม่ได้ร่ำรวยมาจากไหน ?
ผมไม่ใช่คนวิเศษวิโสไปกว่าใคร ?
ผมเกิดมาเป็นลูกคนจน
มีความขยัน ประหยัด สื่อสัตย์ อดทน เป็นสมบัติ
ที่แม่และพ่อมอบให้เป็นมรดกตกทอดมา
กว่า ๒๐ ปี ผมมีชีวิตอยู่ในวัด และปฏิบัติธรรม
ด้วยการทำหน้าที่ของพระดีเณรดีที่สุดรูปหนึ่ง
ซึ่งมีสักขีพยานเป็นลูกศิษย์อยู่เต็มบ้านเต็มเมือง
สึกออกมา ผมเลือกอาชีพ "พ่อค้า"
เพราะเห็นว่าจะเป็น "ช่องทางที่สร้างฐานะได้"
ผมไม่อยากพูด แต่ก็ต้องพูดให้มันจบๆ ไป
"ถ้าผมไม่ยึดถือคุณธรรม แค่ภายใน ๑๐ ปี
ป่านนี้ผมคงรวยเป็นร้อยล้านพันล้านไปแล้ว"

คุณก็รู้ ทุกคนในบ้านนี้เมืองนี้ (ที่ไม่โง่ ) ก็ต้องรู้
"ปีละ ๑๐ ล้าน ๑๐๐ ล้าน มันหาได้..ง่ายนิดเดียว"
แค่ยอมร่วมมือกับนักการเมืองและข้าราชการ (ขี้โกง)
ไม่ต้องทำทั้งปี แค่รอกันยาฯ-ตุลาฯ มันก็รวยเละแล้ว
ผมไม่เคยทำแบบนั้น แม้จะมีผู้เอามาเสนอให้ทุกปี
และไม่ต้องมาถามผมนะว่า "คนคนนั้นคือใคร"
เพราะผมไม่บอกอยู่แล้ว "ผมยังอยากมีชีวิตอยู่"
ยิ่งตอนนี้ "ผมนอนในรถ นอนตามศาลาวัด"
ขืนไปเที่ยวสร้างศัตรู "ก็คงได้ตายสมใจจริงๆ"
ถ้าอยากรู้นักก็ไปสืบเอาเอง (ที่จริงไม่ต้องสืบ ก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว)

 

ขอเชิญ "นักธุรกิจ" สนับสนุนแนวคิดของนายตะวัน ด้วยการร่วมโครงการ..


 
ผู้สนับสุน หรือสปอนเซอร์ ซึ่งรอเปิดรับน้ำใจจากพี่น้องร่วมชาติ ร่วมศาสนา และร่วมโลกทุกท่าน
         

คลิกเข้าไปอ่านแนวคิด "ก้าว (๙) ทาง สร้างโลกใหม่" และปณิธาน "เดินทาง..พลิกแผ่นดิน" ได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้